สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเตือนประชาชนระวังเป็นโรคลมแดดช่วงหน้าร้อน  (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ)          แพทย์ ระบุ อากาศร้อนจัดความเสี่ยงยิ่งมาก แนะประชาชนสังเกต 4 อาการเบื้องต้น เหงื่อไม่ออก ตัวร้อนขึ้น หายใจติดขัดอาเจียน วิงเวียนศีรษะ ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน ชี้ดื่มน้ำมาก ๆ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคได้           สืบเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในขณะนี้ ทำให้การปรับตัวในการรับมือกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงของประชาชนในหลายพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงได้จัดทำคำเตือนและแนะนำให้ประชาชนรับมือกับโรคที่อาจเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในขณะนี้           โดย นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ.กล่าวว่า สภาพอากาศของประเทศไทยในขณะนี้มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งร้อน สลับหนาวหรือบางวันก็มีฝนตก จึงทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ไม่สามารถปรับตัวรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในขณะนี้ได้          โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนจัดอาจจะทำให้ประชาชนเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด หรือการเป็นลมจากอากาศร้อน (โรคฮีทสโตรก) ที่เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ทันกับการที่ต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัดอบอ้าว และไม่มีอากาศถ่ายเทรวมถึงการออกกำลังกายในที่ร้อนจัดมาก ๆ ก็จะทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ด้วย ซึ่งอากาศร้อนในลักษณะนี้นั้นจะทำให้เส้นเลือดส่วนปลายขยายตัวมาก และทำให้ความดันโลหิตต่ำลง จนทำให้เกิดอาการวิงเวียนหน้ามืดและเป็นลมได้          นพ.อนุชา กล่าวอีกว่า โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้กับคนที่ร่างกายแข็งแรง ซึ่งคนที่เป็นลมแดดนั้นสมองจะไม่ทำงาน รวมถึงไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และอุณหภูมิในร่างกายได้ โดยคนที่เป็นลมแดดนั้นอุณหภูมิในร่างกายจะเพิ่มสูงกว่าปกติถึง 40 องศา ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะมีโอกาสในการเสียชีวิตสูงหากพบแพทย์ไม่ทันท่วงที
 
         ทั้งนี้ ประชาชนต้องเฝ้าสังเกตอาการของตนเองด้วยว่ากำลังจะเป็นโรคลมแดดหรือไม่ โดยอาการเบื้องต้นของโรคนี้คือ          1. ไม่มีเหงื่อออก           2. กระหายน้ำมาก          3. ตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ           4. วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็วอาเจียน           หากเกิดอาการดังกล่าวจำเป็นต้องหยุดพักทันทีและรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อนำตัวพบแพทย์ทันที           "สำหรับวิธีในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด คือ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และหากท่านต้องทำงานหรือปฏิบัติภารกิจภายใต้อากาศที่ร้อนจัด จะต้องดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ1 ลิตร และควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อาทิ ผ้าฝ้าย พร้อมกับหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดแรง ๆ ด้วย" เลขาธิการ สพฉ. กล่าว

  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  
How To Make An App With Eclipse For Android How To Create An App For Android Using Eclipse How To Make Android Application On Eclipse How To Create Simple Android Application Using Eclipse How To Create A Sample Android Application Using Eclipse How To Make Android App Games How To Make A Android Game App For Free How To Make Your Own Android App Game How To Make An Android App With Game Maker How To Make A Simple Android Game App How To Create An Android App Game How To Make An Android App Games How To Create App Games For Android How To Make A Android Game App Free How To Make App Games For Android How To Make Android Games With App Inventor How To Create An Android App Youtube How To Make An Android App Youtube How To Make Youtube App Default Android How To Make Youtube App For Android How To Create Apk Android Application How To Create Android Apk From Eclipse How To Create Android Apk How To Create Android Apk File How To Create Android .apk File In Eclipse How To Create Android Apk File Using Eclipse How To Create Apk Of Android Application Eclipse How To Make Android Apk From Eclipse How To Make An Android App Apk How To Create Android Apps Apk
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม          ข้าวมันไก่...กะเพราไก่ไข่ดาว...ข้าวคลุกกะปิ...ข้าวขาหมู หรือข้าวไข่เจียว สารพัดเมนูตามสั่งแสนหารับประทานได้ง่ายทั่วทุกพื้นที่ กลายเป็นอาหารจานหลักของคนไทยไปโดยปริยาย แถมบางคนทานเยอะ แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายรับเข้าไปในแต่ละวันก็เลยเกินความต้องการแล้วมาสะสมอยู่ที่พุงซะงั้น แล้วแบบนี้โรคอ้วนลงพุงจะไม่ถามหาได้อย่างไรล่ะ           เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รู้ว่า อาหารจานไหนมีแคลอรี่มากน้อยเพียงใด กระปุกดอทคอม ก็เลยนำข้อมูลมาฝากโดยเปรียบเทียบกับการออกไปวิ่ง จะได้ทราบว่า หากเราทานอาหารชนิดนี้เข้าไป 1 จาน จะต้องใช้เวลาวิ่งนานแค่ไหนจึงจะเบิร์นแคลอรี่ได้หมด จะได้ฉุกคิดก่อน เวลาเลือกสั่งทานครั้งต่อไปจ้า           อ้อ...บอกก่อนว่า สำหรับตัวเลขข้างล่างนี้ คิดคำนวณจากคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ที่วิ่งเหยาะ ๆ 1 กิโลเมตร จะเผาผลาญพลังงานได้ราว ๆ 62 กิโลแคลอรี่ (ข้อมูลจากrunnersworld.co.uk) แต่หากน้ำหนักน้อย หรือมากกว่านี้ ก็จะเผาผลาญพลังงานได้แตกต่างกันไป ตรวจสอบได้ที่runnersworld.co.uk           นอกจากนี้ หากเพื่อน ๆ เดินหรือวิ่งด้วยความเร็วมากขึ้่นก็จะเผาผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น หากวิ่งในความเร็ว 8 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมง ก็จะเผาผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้นที่ 80 กิโลแคลอรี่ เป็นต้น เอาล่ะ...ลองมาดูกันเลยค่ะ   อาหารจานเดียว
 
ข้าวมันไก่           ปริมาณ 300 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 596 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 9.62 กิโลเมตร    ข้าวหมูแดง           ปริมาณ 320 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 540 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 8.7 กิโลเมตร    ข้าวขาหมู           ปริมาณ 1 จาน ให้พลังงาน 690 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 11 กิโลเมตร    ข้าวผัดหมูใส่ไข่           ปริมาณ 315 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 557 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 9 กิโลเมตร    ข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว           ปริมาณ 1 จาน ให้พลังงาน 630 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 10 กิโลเมตร    ข้าวคลุกกะปิ           ปริมาณ 296 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 614 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 10 กิโลเมตร    โจ๊กหมู           ปริมาณ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.5 กิโลเมตร    เส้นใหญ่เย็นตาโฟน้ำ           ปริมาณ 1 ชาม ให้พลังงาน 290 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.6 กิโลเมตร    ราดหน้าเส้นใหญ่หมู           ปริมาณ 354 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 397 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6.4 กิโลเมตร    ผัดซีอิ๊วหมูใส่ไข่           ปริมาณ 350 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 679 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 11 กิโลเมตร    ผัดไทยกุ้งสดใส่ไข่           ปริมาณ 244 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 577 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 9.3 กิโลเมตร    กระเพาะปลา           ปริมาณ 327 กรัม (1 ชาม) ให้พลังงาน 170 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.8 กิโลเมตร    ขนมจีนน้ำยา           ปริมาณ 350 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 330 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5.4 กิโลเมตร   ไข่เจียว           ปริมาณ 1 ฟอง ให้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.3 กิโลเมตร   ข้าวสุก           ปริมาณ 1 จาน ให้พลังงาน 164 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.65 กิโลเมตร   อาหารฟาส์ตฟู้ด และอาหารว่าง
 
แฮมเบอร์เกอร์ชีสไก่           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.5 กิโลเมตร   แซนด์วิชแฮมชีส           ปริมาณ 1 คู่ ให้พลังงาน 290 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.6 กิโลเมตร   พิซซ่าหน้ารวมมิตรถาดกลาง           ปริมาณ 373 กรัม ให้พลังงาน 876 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 14.1 กิโลเมตร   พิซซ่าหน้าซีฟู้ดถาดกลาง           ปริมาณ 347 กรัม ให้พลังงาน 781 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 12.6 กิโลเมตร   เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง           ปริมาณ 94 กรัม ให้พลังงาน 314 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5 กิโลเมตร   ไก่ทอด (ต้นตำรับ)           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 103 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.7 กิโลเมตร   นักเก็ต           ปริมาณ 6 ชิ้น ให้พลังงาน 277 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.5 กิโลเมตร   มันบด           ปริมาณ 1 ถ้วยเล็ก กรัม ให้พลังงาน 79 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.3 กิโลเมตร   ฮอทด็อก           ปริมาณ 149 กรัม (1 ชิ้น) ให้พลังงาน 398 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6.4 กิโลเมตร เปาะเปี๊ยะทอดและน้ำจิ้ม           ปริมาณ 142 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 317 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5.1 กิโลเมตร   เกี๊ยวกรอบและน้ำจิ้ม           ปริมาณ 84 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 287 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.6 กิโลเมตร   เผือกทอด           ปริมาณ 122 กรัม (1 จาน) ให้พลังงาน 406 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6.6 กิโลเมตร   ปาท่องโก๋ 1 คู่           ปริมาณ 20 กรัม ให้พลังงาน 124 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2 กิโลเมตร  
 
ขนมปัง-เบเกอรี่ แยมโรล           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 310 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5 กิโลเมตร โดนัท           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.6 กิโลเมตร เค้กเนยแต่งหน้า           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 405 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6.5 กิโลเมตร เค้กกล้วยหอม           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 370 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6 กิโลเมตร พายชีสบลูเบอรี่           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 350 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5.6 กิโลเมตร พายสับปะรด           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 505 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 8 กิโลเมตร เอแคร์ใส่ครีม           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 225 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.6 กิโลเมตร ขนมปังสังขยา           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 230 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.7 กิโลเมตร คุกกี้เนย           ปริมาณ 2 ชิ้น ให้พลังงาน 210 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.3 กิโลเมตร ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนกวน           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 340 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 5.5 กิโลเมตร ขนมหวาน
 
กล้วยบวชชี           ปริมาณ 166 กรัม (1 ถ้วย) ให้พลังงาน 255 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.1 กิโลเมตร   ฟักทองแกงบวด           ปริมาณ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 185 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3 กิโลเมตร   สังขยาฟักทอง           ปริมาณ 1 ชิ้นเล็ก ให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4.5 กิโลเมตร   เม็ดขนุน           ปริมาณ 4 เม็ด ให้พลังงาน 164 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.65 กิโลเมตร   ขนมกล้วย           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2 กิโลเมตร   ขนมเปียกปูน           ปริมาณ 1 ชิ้น ให้พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.5 กิโลเมตร   ข้าวเหนียวกะทิทุเรียน           ปริมาณ 1 ถ้วยเล็ก ให้พลังงาน 225 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.6 กิโลเมตร   ข้าวเหนียวสังขยา           ปริมาณ 1 ห่อ ให้พลังงาน 370 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 6 กิโลเมตร   ลอดช่องน้ำกะทิ           ปริมาณ 1 ถ้วยเล็ก ให้พลังงาน 210 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.4 กิโลเมตร   บัวลอยน้ำกะทิ           ปริมาณ 1 ถ้วยเล็ก ให้พลังงาน 225 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.6 กิโลเมตร   กล้วยแขก           ปริมาณ 3 ชิ้น ให้พลังงาน 255 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 4 กิโลเมตร   ช็อกโกแลต           ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 242 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.9 กิโลเมตร   ไอศกรีมโคน (ทุกรส)           ปริมาณ 1 โคน ให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2 กิโลเมตร   ไอศกรีมแท่ง           ปริมาณ 1 แท่ง ให้พลังงาน 205 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.3 กิโลเมตร     เครื่องดื่ม
 
เบียร์ไทย           ปริมาณ 1 แก้ว ให้พลังงาน 148 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.3 กิโลเมตร   โกโก้           ปริมาณ 1 แก้ว ให้พลังงาน 210 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 3.38 กิโลเมตร   กาแฟเย็น           ปริมาณ 1 แก้ว ให้พลังงาน 115 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.8 กิโลเมตร   น้ำส้มคั้น           ปริมาณ 1 แก้ว ให้พลังงาน 90 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.45 กิโลเมตร     นมถั่วเหลือง (หวานน้อย)           ปริมาณ 250 ซีซี (1 กล่อง) ให้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ  2.25 กิโลเมตร   น้ำอัดลม (น้ำดำ)           ปริมาณ 325 ซีซี (1 กระป๋อง) ให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2 กิโลเมตร   นมรสจืด           ปริมาณ 250 ซีซี (1 กล่อง) ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2.5 กิโลเมตร   นมรสจืด (ไร้ไขมัน)           ปริมาณ 250 ซีซี (1 กล่อง) ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 1.3 กิโลเมตร นมเปรี้ยว (รสผลไม้)           ปริมาณ 200 ซีซี (1 กล่อง) ให้พลังงาน 125 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ 2 กิโลเมตร   ชาเขียวรสต้นตำรับ           ปริมาณ 250 ซีซี (1 กล่อง) ให้พลังงาน 70 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ  1.2 กิโลเมตร   ชาดำเย็น           ปริมาณ 1 แก้ว ให้พลังงาน 110 กิโลแคลอรี่ ต้องวิ่งประมาณ  1.7 กิโลเมตร          โอ้โห...เห็นข้อมูลแบบนี้แล้ว แอบตกใจเหมือนกันนะเนี่ย เพราะอาหารบางจานที่เราชอบทาน ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่กลับให้พลังงานสูงลิบอย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก -doctor.or.th -student.chula.ac.th -runnersworld.co.uk -pantip.com
App To Make Android Go Faster Android App To Make Google Voice Calls Android App To Make Gif App To Make Android Hotspot How To Make App To Android App To Make Android Wifi Hotspot Android App To Make Headphones Louder Android App To Make Keyboard Bigger Android App To Make Keyboard Larger App To Make Android Like Iphone App To Make Android Louder App To Make Android Look Like Ipad Apps To Make Android Look Better Apps To Make Android Look Like Windows Phone 7 Apps To Make Android Look Like Ios Apps To Make Android Like Iphone 4s App To Make Android Music Louder App To Make My Android Phone A Hotspot Android App To Make Notes On Pdf Android App To Make New Friends Android App To Make Notes Android App To Make Number Appear Disconnected Android App To Make Notes On Pictures Make Apps Android Phones App To Make Android Phone Louder App To Make Your Android Phone A Hotspot App To Make Android Run Faster Apps To Make Android Run Better Best App To Make Android Run Faster App To Make Your Android Run Faster
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล           สธ. คาด คนไทยอาจถูกพายุยุงลายถล่มในหน้าฝน หลังพบยอดผู้ป่วยพุ่ง 4 เท่า เล็งชงเข้า ครม. เพื่อสั่งการให้ทุกกระทรวงร่วมมือกันกำจัดลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง           เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2556 นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขในเดือนนี้ ได้มีการพิจารณาปัญหาไข้เลือดออก ซึ่งมีสาเหตุเกิดมาจากยุงลายกัด โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ สำนักระบาดวิทยา และกรมควบคุมโรค ได้ประเมินสถานการณ์ว่า ในปีนี้จะรุนแรงกว่าปีที่แล้ว คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะมีสูงถึง 120,000-150,000 ราย อาจเสียชีวิตถึง 120-200 ราย และประมาณ 15,000 ราย อาจต้องนอนโรงพยาบาล           ทั้งนี้ จากรายงานจำนวนผู้ป่วยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2556 พบว่า เพียง 2 เดือน มียอดผู้ป่วยรวม 9,824 ราย เฉลี่ยสัปดาห์ละ 800-1,000 ราย สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเกือบ 4 เท่า และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้ว 12 ราย มีทั้งนักเรียน ครู แม่บ้าน แม่ค้า และร้อยละ 50 ของผู้ป่วยเป็นนักเรียน ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะเกิดผลกระทบทั้งด้านจิตใจ และภาพลักษณ์ของไทยในสายตาของนานาชาติ           นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ปัญหาหลักที่จะทำให้โรคไข้เลือดออกระบาดหนัก คือ จำนวนยุงลายที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์หลักที่จะจัดการเรื่องนี้ได้สำเร็จ ได้แก่ การกำจัดลูกน้ำยุงลายในอาคารบ้านเรือนและโรงเรียนทั่วประเทศ ในช่วงต้นปีก่อนที่จะถึงฤดูฝน ซึ่งลำพังกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงเดียว คงไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดได้ทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทุกพื้นที่ต้องช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายทุก 7 วัน ไม่ให้ลูกน้ำมีโอกาสโตเป็นตัวยุง           ส่วนยุทธศาสตร์การลดป่วย ลดการเสียชีวิต คือ รณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ซึ่งจะส่งเสริมให้มีการปลูกและใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่ยุงลายเกลียด เช่น น้ำมันตะไคร้หอม ไว้สำหรับทาป้องกันยุงกัดในครัวเรือน ซึ่งไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้นอนในมุ้ง หรือในห้องที่มีมุ้งลวดทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร็ว ๆ นี้ เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกกระทรวงอย่างจริงจัง ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป           ขณะเดียวกัน นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ประชาชนจะต้องร่วมมือกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือน สถานศึกษา โรงพยาบาล วัด สถานีขนส่ง สถานที่ทำงานทุกแห่ง รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม และรีสอร์ท หากทุกพื้นที่ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องทุกเดือน คาดว่า เมื่อถึงฤดูกาลระบาดในหน้าฝนประมาณเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ปริมาณยุงลายก็จะมีไม่มาก ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดจำนวนคนป่วยลงได้ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50          นาย แพทย์ณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการป้องกันการเสียชีวิตหลังป่วยไข้เลือดออก กระทรวงสาธารณสุขได้รวมพลังด้านการรักษาพยาบาล โดยจัดเวชภัณฑ์และเตรียมทีมแพทย์ดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออกให้พร้อมทุกโรง พยาบาล สามารถตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยในเด็กและผู้ใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว หรือส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่ออย่างปลอดภัย โดยเตรียมทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาแพทย์ที่รักษาตลอด 24 ชั่วโมง และให้คำแนะนำกลุ่มเสี่ยงที่อาจป่วยเป็นไข้เลือดออกให้พบแพทย์เร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีไข้สูงลอยติดต่อกัน 2 วันขึ้นไป กินยาลดไข้แล้วไข้ยังไม่ลด หรืออาเจียน รับประทานอาหารและน้ำได้น้อย มีอาการอ่อนเพลียมาก ให้รีบพบแพทย์           อย่างไรก็ตาม นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า นิสัยการวางไข่ของยุงลาย โดยทั่วไปยุงจะวางไข่ติดที่ผนังด้านในของภาชนะขังน้ำสะอาด อยู่เหนือผิวน้ำประมาณครึ่งเซนติเมตร เมื่อเติมน้ำลงไปในภาชนะจนท่วมไข่ ยุงก็จะฟักเป็นตัวลูกน้ำ ดังนั้นการกำจัดจะต้องล้างขัดภาชนะเพื่อกำจัดไข่ยุงให้หลุดไป โดยในปีนี้กรมควบคุมโรคได้จัดทำคู่มือกำจัดไข้เลือดออก 5 ล้านฉบับเพื่อแจกประชาชน ขณะนี้มีหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย 5,000 กว่าแห่ง ตั้งเป้าจะสร้างหมู่บ้านปลอดยุงลายอย่างน้อยให้ได้ตำบลละ 1 หมู่บ้าน และขยายให้เต็มทุกพื้นที่ ซึ่งจะเป็นวิธีพิชิตโรคไข้เลือดออกที่ยั่งยืน   อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
Android App Java Version Can You Make An Android App With Java Android App Java Xml Build Android App In Jenkins Build Android App With Jenkins Build An Android App With Javascript How To Build Android App With Html5/css/javascript Build Android App In Javascript Build Android App With Javascript Creating An Android App With Php Json Backend – Part I Creating An Android App With Php Json Backend – Part Ii Creating An Android App With Php Json Backend – Part Iii Building An Android App With Php Json Backend Creating An Android App With Php Json Backend Create An Android App With Java How To Create Android Application Using Java Create Android App From Joomla Kindle Android App Folders Make Android Keyboard Appear Android Create Keyboard Application Make Android Keyboard App Create Android Keyboard Dictionary Create Android Keyboard From Scratch Android How To Create Keyboard App Create Android Keyboard Layout Create Android Keyboard Skin Create Android Keyboard Shortcuts Create Android Keyboard Tutorial Generate Key For Android App Generate Key Hash For Android App